โซเชียล แห่ วิจารณ์ยับ บริษัททัวร์ชื่อดัง ฝ่าฝืน มาตราการ

Spread the love

                 โซเชียล วิจารณ์ยับ บริษัททัวร์ชื่อดัง ที่ขายตั๋วให้ลูกค้าคิดเต็มราคา 1,300 บาท แต่กลับไม่ทำตามมาตราการ สาธารณสุข ที่ให้นั่งไม่เว้นระยะห่าง ผจก.ออกมาขอโทษ และยืนยันเป็นการเข้าใจผิดของพนักงานที่โคราช คิดว่าปลดล็อกเดินทางนั่งได้ปกติ เลยขายตั๋วเต็มคัน

               ในวันนี้ วันที่ 6 มิถุนายน 2563  มีรายงานว่า มีการโพสต์ภาพของ บริษัททัวร์ชื่อดัง ที่มีผู้โดยสารบนรถบัสโดยสารบริษัทชาญทัวร์ที่ปล่อยให้นั่งติดกันเต็มคันรถโดยไม่มีการรักษาระยะห่าง เว้นเก้าอี้นั่งตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้เลย

               ทั้งนี้ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ใหม่ศิริ ธรรมกิจ ได้โพสต์ภาพนิ่งจำนวน 4 ภาพในเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ของจังหวัดขอนแก่น เป็นภาพตั๋วโดยสารของบริษัท ชาญทัวร์ และภาพรถบัสโดยสาร พร้อมทั้งภายในรถที่มีผู้โดยสารเดินทางมากับรถจนเต็มคัน พร้อมทั้งระบุข้อความว่า  เมื่อวานแม่ซื้อตั๋วรถไปหัวหิน ราคา 1,300 บาท เค้าบอกเเม่ว่านั่งที่เว้นที่  แล้ววันนี้เเม่ขึ้นรถไป เจอสภาพเเบบนี้ ขอความเป็นธรรมด้วยเถอะค่ะ เงินก็หายากลำบากจะตายอยู่เเล้ว มาเจอผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภคแบบนี้อีก เเย่มากๆ เลยค่ะ เจอเเบบนี้อยากจะร้องไห้ มันเจ็บใจมากๆ เลยนะคะ ทำใจยอมรับราคาสองเท่าได้ เเต่ไหนหละคะ นั่งที่เว้นที่ตามที่คุณเเจ้งตอนขายตั๋ว ติดแฮทแท็ก ว่าฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ

              ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังผู้โพสต์ โพสต์ภาพดังกล่าวลงในในเพจต่างๆ ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ตำหนิทางผู้ให้บริการรถบัสโดยสารว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ ดำเนินการอย่างเด็ดขาด

            นายณรงค์ แสงอรุณ ผู้จัดการบริษัทชาญทัวร์ จำกัด ออกมาเปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษลูกค้าทุกท่าน โดยในกรณีที่เกิดขึ้นนั้นขอชี้แจงว่า เกิดจากความเข้าใจผิดของทางพนักงานจุดให้บริการในจ.นครราชสีมา ซึ่งเปิดให้บริการในวันนี้เป็นวันแรก โดยพนักงานเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า สถานการณ์ปัจจุบันเข้าสู่ระยะที่ 3 มีการผ่อนปรนในการประกอบกิจการเดินรถ ทำให้พนักงานที่ จ.นครราชสีมาคิดเอาเอง และได้จำหน่ายตั๋วให้กับลูกค้าไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

           ทำให้เกิดเป็นภาพตามที่มีการแชร์ในโซเชียล ซึ่งตั๋วเดินทางของรถชาญทัวร์ที่ผู้โพสต์ได้ซื้อนั้น เป็นตั๋วโดยสารจากต้นทาง จ.ขอนแก่น ไปลงปลายทางที่ จ.สุราษฎร์ธานี ราคา 1,300 บาท ซึ่งเป็นราคาที่มีการจำหน่ายตามปกติ แต่จุดหมายของผู้โดยสารรายดังกล่าวต้องลงระหว่างทางที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่มีจำหน่ายให้เนื่องจากเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะต้องลงที่จุดหมายสถานีให้บริการเท่านั้น ตามมาตรการที่ทางภาครัฐกำหนด ทำให้ผู้โดยสารรายดังกล่าวที่ขึ้นรถจากจังหวัดขอนแก่นรวมกับผู้โดยสารอื่นๆจำนวน 9 ที่นั่ง

            แต่พนักงานที่ จ.นครราชสีมาเข้าใจผิด คิดว่าจำหน่ายนั่งได้ตามปกติ ก็จำหน่ายตั๋ว นครราชสีมา-กทม. ราคา 240 บาท ให้ผู้โดยสารขึ้นจนเต็มคันรถแล้วเดินทางทำให้เกิดภาพอย่างที่มีการแชร์ เมื่อรถไปส่งผู้โดยสารที่ กทม. ก็เหลือผู้โดยสาร เพียง 9 คนที่ซื้อตั๋วขอนแก่น-สุราษฎร์ธานีเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ ทางบริษัทได้ขอโทษลูกค้าทุกท่าน และจะมีการอบรมพนักงานของบริษัททั้งหมดเพื่อเน้นย้ำการดำเนินการเปิดให้บริการจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทางรัฐบาลกำหนดอย่างเข้มงวด และยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก

                ทั้งนี้ ทางบริษัทได้มีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิทั้งผู้โดยสารและพนักงานทุกคน การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวดในทุกๆ สถานีให้บริการของบริษัท เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด

             ทางด้าน นายปิยะ โยมา ขนส่งจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงต่างๆ ใน 3 ส่วน ประกอบด้วย เรื่องค่าโดยสาร เรื่องของการไม่เข้าสถานี และการไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของทางรัฐบาล ซึ่งทั้ง 3 ส่วน

              ทั้งนี้ทั้งนั้น การดำเนินการ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน หากพบว่าเข้าข่ายความผิดฐานใดก็จะดำเนินการลงโทษในส่วนนั้นๆ ทันที โดยในเบื้องต้นพบว่า ออกต้นทางที่สถานีขอนแก่น ประมาณ 7 โมงเช้า ผู้โดยสาร 9 คน มีการคัดกรองวัดอุณหภูมิผู้โดยสารทุกคน นั่งเว้นระยะห่าง แต่มีผู้โดยสารขึ้นที่ จ.นครราชสีมาหลายคนและไม่นั่งเว้นระยะห่าง ปัญหาเกิดจากการขายตั๋วที่สถานีโคราช ซึ่งกำลังประสานผู้ร้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ก่อนสรุปเรื่อง หากเหตุเกิดที่ จ.นครราชสีมาก็จะส่งเรื่องให้ทางขนส่งจังหวัดนครราชสีมาดำเนินการต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *