สมาคมฯไทยลีก ร่วมกับ ศบค. ประชุมแนวทางการเปิดน่านฟ้า

Spread the love

        เนื่องจาก สมาคมฯไทยลีก และกกท เข้าร่วมประชุมกับ ศบค. ตรวจสอบสอบถามความถึงคืบหน้าการประกาศคู่มือจัดแข่งขัน พร้อมหาแนวทางแข่งแบบเปิด ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในครั้งนี้

 

          ในวันนี้ วันที่ 27 มิถุนายน 2563  มีรายงานว่า ตัวแทนของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยลีก จำกัด หรือ สมาคมฯไทยลีก โดยนายวรงค์ ทิวทัศน์ เลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน และนายไพฤทธิ์ ต้านไพรี หัวหน้าฝ่ายควบคุมการแข่งขัน พร้อมด้วยผู้แทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เข้าประชุมร่วมกับ คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการฯ เพื่อเข้ารับฟังแนวทางในการดำเนินการนำนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาวต่างชาติเข้ามายังประเทศไทย
         เมื่อจะมีการเปิดน่านฟ้า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563นี้ พร้อมทั้งให้สมาคมฯ เตรียมหาและเสนอแนวทางแข่งขันแบบเปิดอย่างมีเงื่อนไขเพื่อพิจารณาอนุญาตให้แฟนบอลเข้าสมาคมฯ ในระยะปลดล็อคครั้งต่อไป แต่ก็ต้องเป็นไปตามมาตรการของทางสาธารณสุขด้วย
โดยทางคณะกรรมการฯ ได้ชี้แจงว่าสำหรับในส่วนของนักกีฬาหรือผู้ฝึกสอนต่างชาติ จะเข้าข่ายเป็น แรงงานฝีมือ ที่สามารถยื่นขออนุญาตหน่วยงานราชการเข้ามายังประเทศได้ โดยได้แนะนำให้ทางสมาคมฯ และกกท.
        ส่งรายชื่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอหนังสือรับรองเข้าราชอาณาจักร (Certificate of Entry – COE) ซึ่งสโมสรสามารถนำไปเป็นเอกสารประกอบในการติดต่อสถานทูตไทยประจำประเทศต่างๆ รวมทั้งใช้สำหรับการจองตั๋วโดยสารเครื่องบิน หรือโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน Alternative State Quarantine (ASQ) โดยกระทรวงสาธารณสุข ใช้เพื่อกักตัวในสถานที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 14 วัน และทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อเดินทางเข้าถึงประเทศไทย ทั้งนี้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะทำการประกาศหลักการรับคนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม นี้ด้วย
        นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ยังได้มีการมอบหมายประเด็นสำคัญกับสมาคมฯ ได้แก่ การจัดเตรียมแนวทางการจัดแข่งขันเพื่อรองรับกรณีเมื่อภาครัฐปลดล็อคและอนุญาตให้แฟนบอลสามารถเข้าชมการแข่งขันในสนามได้ โดยจะต้องมีมาตรการทางสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบไปด้วย
        นอกจากนี้ ระบุด้วยว่าสมาคมฯ ควรจัดเตรียมมาตรการในการตรวจเชื้อโควิด-19 ในนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมก่อนที่จะกลับมาแข่งขันในเดือนกันยายน โดยอาจจัดทำ 1 เดือนก่อนการแข่งขันคือช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งปัจจุบันภาคเอกชนสามารถรองรับการตรวจเชื้อโควิด-19 แบบกลุ่ม หรือ Pool testing ที่สามารถตรวจพร้อมกันทีเดียว 10 คนในชุดตรวจเดียวได้ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการตรวจเชื้อของสโมสรอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *