14 ปี
อาชญากรรม

ตร.รวบ พระคาผ้าเหลือง ทำอานาจาร เด็กหญิง 14 ปี แล้วหลบหนี

Spread the love

               ตร.ชัยบาดาลและกองปราบ ตามจับพระวัย 50 ปี ตามหมายจับที่สำนักสงฆ์เกาะแก้ว จ.เพชรบูรณ์ ที่ก่อเหตุทำอนาจาร เด็กหญิง 14 ปี แล้วหลบหนีไป

             ในวันนี้ วันที่ 22 พ.ค. มีรายงานว่าเมื่อวานนี้  พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก. พ.ต.ต.วชิระ แก้วศรีบุตร สว.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวน สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ ตร.กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้ทำการร่วมกันจับกุมตัวนายศิวกร หรือพระศิวกรทรัพย์ กันหา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146 ม.1 ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ที่ก่อเหตุอานาจาร เด็กหญิง 14 ปี

  

              ตามหมายจับของศาลจังหวัดชัยบาดาล ในความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่สำนักสงฆ์เกาะแก้ว อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์

              พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.ชัยบาดาลเปิดเผยว่า เนื่องมาจากเมื่อวันที่ 10 พ.ค.63 ที่ผ่านมา  มีผู้ปกครองของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ได้นำ ด.ญ.เอเดินทางแจ้งความร้องทุกข์ว่าบุตรสาวของตนได้ถูกพระศิวกรทรัพย์ กันหา หรือนายศิวกร อายุ 50 ปี หลอกลวงไปทำอนาจาร

ที่เกิดเหตุ อยู่ที่ ต.เกาะรัง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี และจากแนวทางในการสืบสวนทราบว่า พฤติกรรมของนายศิวกรขณะบวชเป็นพระสงฆ์ ไม่ได้อยู่ประจำพรรษาตามวัดเป็นที่เป็นทาง และยังมีพฤติกรรมหลอกลวงทำน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา และให้เลขเด็ดอีกด้วย ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนหลายรายหลงเชื่อ เนื่องจากยังครองสมณเพศในผ้าเหลืองอยู่

 

 

             และเล่าว่า น้าสาวและ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ที่ได้รู้จักกับพระศิวกรจนไปมาหาสู่รู้จักกัน เนื่องจากวันเกิดเหตุ พระศิวกรได้เดินทางไปพบ ด.ญ.เอ ที่อาศัยอยู่บ้านตามลำพัง  หลังจากนั้นได้พูดจาหว่านล้อมชักชวนต่างๆ นานา ว่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้จน ด.ญ.เอ (นามสมมติ) จึงหลงเชื่อ นั่งรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กธ 4902 เพชรบูรณ์

            ขึ้นรถไปกับพระศิวกรสองต่อสอง และเมื่อถึงที่เปลี่ยวลับตาคนได้จอดรถ และใช้อาวุธมีดขู่บังคับให้ ด.ญ.เอ ถอดเสื้อผ้าออก จากนั้นแล้วลูบคลำตามร่างกายของเด็กหญิงจนพอใจ หลังจากนั้นยังได้พูดจาข่มขู่ไม่ให้ ด.ญ.เอ ไปบอกเรื่องนี้กับใคร มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย และเมื่อ ด.ญ.เอ นำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ผู้ปกครองทราบ จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

             ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง จากการที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นภายในรถยนต์เก๋งส่วนตัว พบสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมทั้งเสื้อกางเกง แต่ไม่พบหลักฐานใบสุทธิในการบวชจากวัดต้นสังกัดแต่อย่างใด จึงได้นำตัวให้เจ้าสำนักสงฆ์เกาะแก้วทำการสึกจากการเป็นพระ ก่อนนำตัวส่ง พ.ต.ท.พิทักษ์ กลิ่นหอม รอง ผกก.สอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *